วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การกำหนดวันหยุดประเพณี นายจ้างจะกำหนดอย่างไร

การกำหนดวันหยุดประเพณี นายจ้างจะกำหนดอย่างไร


          วันหยุดประเพณี  คืออะไร  ตาม พรบ.คุ้มครอง ฯ มาตรา 29  วรรคสองและวรรคสาม กำหนดว่าในการกำหนดวันหยุดพระเพณีให้นายจ้างพิจารณากำหนดจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น หากวันหยุดประเพณี (ที่กำหนด) ตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง ให้ลูกจ้างหยุดชดเชยวันหยุดประเพณีในวันทำงานถัดไป 
          ตามกฎหมายข้างต้น กฎหมายได้ระบุชัดแจ้งว่านายจ้างจะกำหนดวันหยุดประเพณีได้จะต้องพิจารณาจากวันที่กฎหมายกำหนดข้างต้นเท่านั้น  และวันหยุดดังกล่าวที่นายจ้างกำหนดไปตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ของนายจ้าง นายจ้างทำได้อย่างเดียวคือไปกำหนดให้หยุดชดเชยวันหยุดประเพณีในวันทำงานถัดไปเท่านั้น  จะกำหนดเกินวันอื่นไม่ได้
          ในกรณีที่นายจ้างกำหนดวันหยุดประเพณีไม่ตรงกับกฎหมายผลจะเป็นอย่างไร  เช่นนายจ้างกำหนดให้ที่ 12 สิงหาคม 2555 (วันเสาร์)  เป็นวันหยุดประเพณีแต่วันดังกล่าวตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์  แต่เนื่องจากในวันจันทร์ (วันทำงานถัดไป)  มีงานเยอะจึงกำหนดให้ลูกจ้างหยุดชดเชยวันหยุดประเพณีวันอังคารแทน  ผลของกฎหมายถือว่าการที่นายจ้างกำหนดวันหยุดตามประเพณีดังกล่าวไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมาย  ดังนั้นหากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันจันทร์ (ตามกฎหมายนายจ้างต้องกำหนดให้เป็นวันหยุดชดเชยวันหยุดประเพณี) นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้กับลูกจ้างและต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้กับลูกจ้างหากลูกจ้างมีการทำงานล่วงเวลา

          อ้าว!!!  แล้ววันอังคารที่นายจ้างกำหนดให้เป็นวันหยุดชดเชยวันหยุดประเพณีละ  นายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงานโดยจ่ายค่าจ้างให้นะ หรือวันดังกล่าวนายจ้างให้ลูกจ้างมาทำงานและจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้นะ  จะถือเป็นวันทำงานธรรมดาหรือปกติและเรียกเงินคืนได้มะ  (ก็นายจ้างสำคัญผิดหรือจ่ายผิดไปนะ!!!!)  ตามแนวฎีกาบอกว่า  เรียกคืนไม่ได้นะ ก็นายจ้างจ่ายให้ผิดเองนี่ จะมาเรียกคืนได้ไง ถือเป็นการจ่ายตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระเรียกเงินคืนไม่ได้  เท่ากับว่ากรณีนี้นายจ้างต้องจ่าย 2 เด้ง 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  11182/2553

          การที่นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดอื่นเป็นวันหยุดตามประเพณีแทนวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่น แม้ไม่มีกฎหมายกำหนดให้การประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีของนายจ้างเป็นโมฆะ แต่ก็ถือได้ว่าประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีของนายจ้างไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย และไม่เป็นการยกเว้นวันหยุดตามประเพณีตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 นายจ้างจึงยังคงต้องประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่นให้ลูกจ้างทราบและให้ลูกจ้างหยุดงานในวันดังกล่าว หากให้ลูกจ้างมาทำงานก็ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามกฎหมาย การที่นายจ้างกำหนดให้วันทำงานปกติของลูกจ้างเป็นวันหยุดแทนวันหยุดตามประเพณีและจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดแทนวันหยุดตามประเพณีตามอัตราค่าจ้างในวันหยุด ถือเป็นการตกลงจ่ายค่าตอบแทนในการทำงานเกินไปกว่าค่าจ้างในวันทำงานปกติตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ไม่อาจนำเอาเหตุที่ได้จ่ายค่าจ้างเกินกว่าปกติกับการที่ลูกจ้างยอมรับค่าจ้างมาอ้างว่าลูกจ้างได้ให้ความยินยอม การที่ลูกจ้างได้รับค่าจ้างมากกว่าที่ควร ได้รับไม่ถือว่าเป็นการตกลงอันใดขึ้นใหม่ นายจ้างจะถือว่าได้ชำระหนี้ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดตามประเพณีแล้วหาได้ไม่และหากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณี ก็ต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดหรือค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างอีกส่วนหนึ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น